เปิดรับสมัครจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน  
 
  สำหรับชุมชนที่สนใจต้องการจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้    ICT   ชุมชน     สามารถดาวน์โหลด
แบบฟอร์มในการสมัครจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้    ICT  ชุมชน    ส่งมาที่สำนักงานสถิติจังหวัดพิจิตร  ภาย
ในวันที่ 2 มีนาคม 2552                     
  ที่ตั้งสำนักงานสถิติจังหวัดพิจิตร ศาลากลางจังหวัด ชั้น2 ถนนพิจิตร-ตะพานหิน อำเภอเมือง
จังหวัดพิจิตร  66000  โทร.056-611085
 
 
 
 
   
หน่วยงาน : สำนักส่งเสริมพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
โทรศัพท์ 02 505 7005
 
1.ผลผลิตและผลลัพธ์ที่ต้องการ
1. มีศูนย์การเรียนร้ ICT ชุมชน ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่าย
2. มีผู้ดูแลศูนย์ที่มีความรู้ ความชำนาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทษและการสื่อสาร
3. ลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Digital Divided) โดยประชาชน
    สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. ประชาชน มีแหล่งเรียนรู้ที่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่มีอย่างแพร่หลายในอินเตอร์เน็ตรวมถึง
    สามารถเข้าถึงบริการอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐได
5. มีองค์ความรู้ที่น่าสนใจในรูปแบบต่างๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สามารถให้ความรู้ที่ทันสมัย และต่อเนื่อง
    สามารถต่อยอดความรู้ของชุมชนเสริมสร้างอาชีพ สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง
 
2.ตัวชี้วัด
  1. สามารถจัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ชุมชน ทั่วประเทศ จำนวน 20 ศูนย์
  2. ผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอย่างดี จำนวน 40 คน
3. มีองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local content) จำนวน 20 องค์ความรู้
 
3.หลักการและเหตุผล
   
ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลได้พยายามผลักดันให้ประเทศไทย เข้าสู่สังคมแห่งการสร้างภูมิปัญญาและการเรียนรู้
 
(Knowledge Base Society) ในขณะที่สังคมโลกได้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างแพร่หลาย
 
ในการนี้กระทรงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในฐานะกระทรวงที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสารของรัฐบาล     สมควรเป็นแกนหลักในการผลักดันให้เกิดสังคมแห่งการสร้างภูมิปัญญา   และการเรียนรู้
ดังกล่าว     และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายกระทรวงเทคโนยีสารสนเทศและการสื่อสาร  จึงได้ดำเนินการโครงการต่างๆ  
อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร เพื่อให้ประชาชนมีกำลังความสามารถซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้งาน
ได้โครงการอินเตอร์ความเร็วสูงเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในราคาถูก โครงการจัดตั้งศูนย์ู้
กลางความรแห่งชาติ   (ThailandKnowledge Center)   เพื่อเป็นศูนย์รวมความรู้ที่มีเผยแพร่อยู่บนอินเตอร์เน็ตใน
สื่อประเภทต่างๆ  ทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกสและสื่อประสมต่างๆ เป็นต้น
  กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจึงได้จัดทำจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้   ICT ชุมชน  ในศาสนสถาน
หรือชุมชนที่เหมาะสม โดยต่อยอดจากโครงการพัฒนาชุมชนแห่งข้อมูล (i-Community)  และผู้บริหารสารสนเทศ
ชุมชน (Community CIO)  โครงการ  Community e-Center   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ีด้าน
เทคโลยสารสนและการสื่อสาร ของเด็ก  เยาวชนและชุมชน เพื่อให้เยาวชน  และประชาชนทั่วไป   สามารถสืบค้น
ข้อมูลเรียนรู้ได้ด้วย ตนเองผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต   ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต  ซึ่งการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้
ICT  ชุมชนเป็นการขยายบริการไปสู่ส่วนท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งทางด้านข้อมูลข่าว
สารและเทคโนโลยีและเพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนยีสารสนเทศและให้ประชาชนในท้องถิ่นมีการเข้าถึงสาร
สนเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย   โดยในโครงการจะมีกิจกรรมการประกวดสารสนเทศชุมชนและการบริหารจัดการศูนย์การ
เรียนรู้ ICT ชุมชนที่กิจกรรมติดตาม ศึกษาสภาพปัญหา และความต้องการของชุมชน เพื่อลดช่องว่างที่เกิดจากการ
ขาดทักษะ และความรู้ในการใช้งานอุปกรณ์รวมไปถึงการใช้ให้เกิดประโยชน์อีกทั้งยังเป็นการอบรมเพื่อให้เกิดการ
ต่อยอดและนำเข้าสารสนเทศองค์ความรู้อันเป็นสาระประโยชน์ที่เกิดจากภูมิปัญญา   ประสบการณ์   เข้าสู่เว็บไซต์
TKC   เพื่อแพร่สู่สังคมต่อไป    นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง  พร้อมทั้ง
ศึกษาสภาพปัญหา  และความต้องการของชุมชน  เพื่อให้เกิดการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้  ICT  ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
และยั่งยืนต่อไป
 
4.วัตถุประสงค์
4.1 เพื่อจัดตั้งศูนย์สร้างการเรียนรู้  ICT  ชุมชน สถานที่ราชการที่เหมาะสมศาสนสถานและชุมชนในท้องถิ่น  เพื่อ
     พัฒนาศักยภาพของประชาชนและชุมชน ให้มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และสามารถเข้าถึงอินเตอร์
     เน็ต  เพื่อค้นคว้าข้อมูล ต่อยอดความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
4.2 เพื่อสร้างผู้ชำนาญการในชุมชนให้มีความรู้ความชำนาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสามารถ
     ดูแลศูนย์การเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
4.3 เพื่อรวบรวมความรู้ภูปัญญาท้องถิ่น    และสารสนเทศที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตการสร้างงาน  สร้างอาชีพ
     ตลอดจนสนับสนุนการตัดสินใจของคนในชุมชนได้ และสนับสนุนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
4.4 เพื่อเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลของคนในแต่ละชุมชน และระหว่างชุมชน     โดยเฉพาะเรื่องภูมิปัญญา
     ท้องถิ่น เกษตรกรรม การสร้างอาชีพ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดความรู้ของชุมชน
4.5 ลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร    (Digital  Divide)    โดยประชาชนสามารถเข้าถึงเทค
     โนโลยีสารสนเทศ และมีการสอดแทรกคุณธรรม วัฒนธรรมอันดีงานเหมาะสมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
     ให้เยาวชน รวมถึงเป็นช่องทางการเข้าถึงบริการภาครัฐ (e-Services)
 
5. ขอบเขตการดำเนินงาน/วิธีการดำเนินงาน
  5.1 ดำเนินการจัดหาและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ใน สถานที่ราชการ ศาสนสถานและชุมชนในท้องถิ่น มูลนิธิ หรือ
       สมาคมที่เหมาะสม เพื่อบริการการศึกษาให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม จำนวน 20 ศูนย์ๆ ละ
       21 เครื่อง พร้อมเครือข่าย และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยราบละเอียดต่อศูนย์ มีดังนี้
    1. เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล จำนวน  20  เครื่อง
    2 .เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย จำนวน  1 เครื่อง
    3. เครื่องพิมพ์เลเซอร์ จำนวน  1 เครื่อง
  4. ระบบเครือข่าย อุปกรณ์ พร้อมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จำนวน  1 ระบบ
      (รวมค่าบริการเป็นระยะเวลา 12 เดือน)  
5. โต๊ะ เก้าอี้ จำนวน  1 ชุด
6. โทรทัศน์เพื่อการเรียนการสอน จำนวน  1 เครื่อง
7. อบรมผู้ดูแลศูนย์คอมพิวเตอร์ จำนวน  2 คน
8. อบรมคนในชุมชน พร้อมเอกสารการอบรม จำนวน  100 คน
9. อำนวยความสะดวกในการจัดทำสื่อความรู้ จำนวน  1 เรื่อง
10. เวทีชุมชนในโลกไศเบอร์ เพื่อเป็นที่พบปะแลกเปลี่ยน จำนวน  1 ระบบ
    ความรู้ ประสบการณ์ แนวทางการแก้ไขปัญหาของชุมชน  
11. การสนับสนุนด้านวิชาการ ให้แก่ชุมชนเครือข่าย ICT
5.2 สำรวจข้อมูลโดยการออกแบบสอบถามไปยังชุมชนต่างๆเพื่อทราบข้อมูลพื้นฐานความต้องการความจำเป็นและ
     ศักยภาพในการบริหารงานศูนย์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
5.3 คัดเลือกศาสนสถานและชุมชนที่มีศักยภาพและสามารถดูแลศูนย์ในปี ต่อๆ ไปได้ โดยกระทรวงฯ จะสนับสนุน
     งบประมาณเฉพาะปีแรกเท่านั้น
5.4 คัดเลือกผู้ทำหน้าที่ดูแลศูนย์การเรียนรู้  ที่มีความพร้อม  สามารถเสียสละเวลาดูแลศูนย์การเรียนณู้ได้อย่างต่อ
     เนื่อง โดยมีค่าตอบแทนให้จากชุมชน
5.5 พัฒนาระบบสารสนเทศที่สามารถจัดเก็บ  รวบรวมความรู้ต่างๆ  รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและสามารถให้สารสน
    เทศที่เหมาะสม  เพื่อประโยชน์สำหรับชุมชน   และการตัดสินใจของคนในชุมชน  โดยการศึกษาความเหมาะสม
    ของข้อมูลในแต่ละชุมชน
5.6 จัดการสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้
5.7 จัดการอบรมด้านเทคนิคอย่างเข็มข้น หวังผลให้แก่ผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้เพื่อให้สามารถดูแลศูนย์ และจัดอบรม
     ให้กับคนในชุมชน โดยจะอบรมในหลักสูตร ดังนี้
 คอมพิวเตอร์เบื้องต้นและอินเทอร์เน็ต
 การออกแบบเว็บไซต์
 การดูแลเว็บไซต์
 ระบบเครือข่ายและการดูแล
 การประกอบและซ่อมคอมพิวเตอร์
           
5.8 จัดอบรมให้แก่คนในชุมชน โดยดูแลศูนย์การเรียนรู้ โดยเน้นกระบวนการให้เกิดการเรียนรู้ สามารถให้ประชาชน
     สืบค้นข้อมูลที่จำเป็น สามารถแลกเปลี่ยนความรู้
5.9 หลังจากระยะเวลา 1 ปี ชุมชนจะต้องสามารถดูแลศูนย์คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งให้เองทั้งหมดโดยกระทรวงฯ จะไม่ตั้ง
     งบประมาณให้อีก
5.10 บูรณการ และทำงานร่วมกับ  Thailand  Knowledge Center  (TKC)  โดยการับส่งข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่าน 
     อินเทอร์เน็ต โดยเว็บไซต์   http://www.tkc.go.th   โดยชุมชนจะต้องมีการนำองค์ความรู้ของชุมชนใส่เข้าไปใน
     ระบบและใช้ TKC เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ และแก้ไขปัญหาร่วมกัน
 
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
ม.ค.50 — ก.ย.50
 
7. แผนการดำเนินงาน
ปี 2550 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน จำนวน 20 ศูนย์
จััดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICTชุมชน เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จำนวน 80 ศูนย์
ปี 2551 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน จำนวน 130 ศูนย์

ปี 2552 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน จำนวน 250 ศูนย์

ปี 2553 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน จำนวน 250 ศูนย์
ปี 2553 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน จำนวน 270 ศูนย์
รวมเป็น 1,000 ศูนย์ กระจายอยู่ทั่วประเทศ
 
8.สถานที่ดำเนินโครงการ
8.1 ในพื้นที่ห่างไกล หรือบนพื้นที่สูง ตามสถานีโครงการ หรือ โครงการตามพระราชดำริหรือมูลนิธิ หรือโรงเรียนที่
      อยู่นอกระบบการศึกษาปกติ
8.2 ในชนบทห่างไกล เพื่อส่งเสริมประชาชนในกลุ่มเกษตรกรรม และส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
8.3 ในชุมชนสำหรับผู้ด้อยโอกาส หรือชุมชนแออัด ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด
8.4 ติดตั้งศูนย์ฯ ในพื้นที่ต่างจังหวัดตามภูมิภาคต่างๆ
8.5 ติดตั้งศูนย์ฯ ในพื้นที่กรุงเทพมหาคนร ที่เอื้อประโยชน์ต่อคนในชุมชน และส่งเสริมความเท่าเทียมกันของสังคม
 
9. กลุ่มเป้าหมาย
  9.1 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
 

9.2 สถานบริการชุมชน เช่น เทศบาลตำบล หรือ เทศบาลอำเภอ ที่มีจุดประสงค์ให้บริการประชาชนอย่าแท้จริง 

       โดยศูนย์อาจเป็นที่พบปะของคนในชุมชน  เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ  เช่น ออกกำลังกาย  จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น
       นวดแผนไทย โรงเรียนวันหยุด
  9.3 มูนิธิที่จดทะเบียนถูกต้อง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสังคม ในกลุ่มต่างๆ เช่น เด็กด้อยโอกาส สตรีด้อย
       โอกาส คนพิการ ผู้สูงอายุ
9.4 โรงเรียนพระปริยัติธรรม ภายใต้สังกัดสำนกพระพุทธศาสนา
9.5 ศาสนสถาน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการสอนหลักธรรม เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด
9.6 โรงเรียนที่ขาดแคลนงบประมาณ แต่ต้องการให้บริการสังคม
 
10.ประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ
10.1 มีศูนย์คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ ICT ที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่อย่างมากมาย
      และเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลประจำชุมชน สามารถแลกเปี่ยนความรู้ประสบการณ์ระหว่างชุมชนได้ (Telecenters:
      Laws,Health,Agriculture,Herbs,OTOP,and etc.) 
10.2 เป็นศูนย์กลางของคนในชุมชนในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ เช่น 
       สุขภาพ อาหาร อาชีพ เกษตรกรรม กฎหมาย (Knowledge Sharing)
10.3 ชุมชนสามารถใช้เป็นช่องทางสำหรับการจัดจำหน่ายสินค้าของชุมชน รวมถึงสินค้า OTOP และสามารถแลก
      เปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชน เพิ่มช่องทางการตลาด
10.4 เป็นสถานที่รับบริการของภาครัฐ (e-Services) ในรูปแบบต่่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล เช่น ข้อมูลทะเบียน
       ราษฎร์ สุขภาพ หรือบริการต่างๆ ที่ภาครัฐได้พัฒนาในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์ เช่นการชำระภาษี การจดทะเบียน
       นิติบุคคล
 
11.ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  ชุมชนจะต้องมีความพร้อมในเรื่องต่อไปนี้
 
11.1 สาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะไฟฟ้า
 
11.2 สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งศูนย์คอมพิวเตอร์ และสามารถให้บริการได้ทุกวัน
 
11.3 บุคลากร จำนวน 2 คน ที่มีความเสียสละรักการเรียน เพื่อเข้ารับการอบรมเป็นผู้นำสารสนเทศชุมชน พร้อมที่
       จะเป็นเครือข่ายของกระทรวงเพื่อรับเขาการอบรม และ เผยแพร่ความรู้อย่างต่อเนื่อง
11.4 สามารถให้บริการประชาชนได้ทุกวัน และสามารถจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชน และให้คำแนะนำ
       เมื่อเกิดปัญหา
11.5 ค่าใช้จ่ายในส่วนค่าไฟฟ้า ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ดูแลศูนย์ ค่าวัสดุสำนักงาน
11.6 ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในปีต่อไป (เดือนที่13 ) หลังการส่งมอบ ซึ่งได้แก่ ค่าอินเทอร์เน็ตรายเดือน ค่าใช้จ่าย
       สำหรับการอบรมให้แก่คนในชุมชน รวมถึงค่าซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์
11.7 ศูนย์จะต้องจำทำแผนธุรกิจมาเสนอก่อนเริ่มดำเนินการ โดยจะต้องสามารถแสดงข้อมูลได้ว่าจะสามารถหา
      งบประมาณมาดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ศูนย์อาจมีวิธีการหารายได้เข้ามาดำเนินการ เช่น พิมพ์งาน
       แผ่นละ 3 บาท จัดจำหน่ายชา กาแฟ ขนม หรือ สินค้าท้องถิ่น เพื่อจะได้รายมีรายได้หมุนเวียน 
       และส่งเสริมอาชีพให้แก่คนในชุมชน
           
 
       
สำนักงานสถิติจังหวัดพิจิตร
ศาลากลางจังหวัด ชั้น2 
ถนนพิจิตร-ตะพานหิน
อ.เมือง  จ.พิจิตร
โทร.0-5661-1085 โทรสาร.0-5661-3665
เครื่อข่ายสื่อสารกระทรวงมหาดไทย 16776,16777
E-mail : Phichit@nso.go.th